SKSM's profile"THE HOLY AL-QURAN IS TH...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 04 การระบุเพศทารกในครรภ์มารดา
การระบุเพศทารกในครรภ์ ตอบคำถามโดย ชัยค มูฮัมหมัด ศอลิหฺ อัลมุนัจญิด SKSM แปลและเรียบเรียง คำถาม : อัสลามุอะลัยกุม ชัยคฺที่เคารพ ในคัมภีร์อัลกุรอานกล่าวไว้ว่ามีเฉพาะอัลลอฮฺเท่านั้นที่รู้ว่าทารกในครรภ์มารดานั้นจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิง แต่ในปัจจุบันนี้ด้วยกับเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ (เช่น เครื่องอุลตร้าซาวด์, เครื่องเอกซ์เรย์ และเครื่องมือเทคโนโลยีอันทันสมัยอื่นๆ) ทำให้แพทย์สามารถที่จะบอกได้ว่าทารกในครรภ์เป็นเพศอะไร? ในเมื่อเครื่องมือทางวิทยาการใหม่ ๆ เหล่านี้ก็สามารถทำสิ่งนี้ได้เช่นกัน แล้วเราจะอธิบายข้อเท็จจริงที่มีต่อประเด็นนี้ของคัมภีร์อัลกุรอานว่าอย่างไร ? ญาซากัลลอฮุค็อยร็อน คำตอบ : ท่านอิบนุอุมัร (รอฎิยัลลอฮุ อันฮุมา) กล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลลฮฺ ศ็อลลอลลฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ได้กล่าวว่า “กุญแจแห่งสิ่งเร้นลับมีอยู่ 5 อย่าง ไม่มีผู้ใดรู้สิ่งดังกล่าวนั้นได้นอกจากอัลลอฮฺ ตะอาลา คือ : ไม่มีใครรู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ นอกจากอัลลอฮฺ, ไม่มีใครรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในครรภ์ นอกจากอัลลอฮฺ, ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไร่ฝนจะตก นอกจากอัลลอฮฺ, ไม่มีใครรู้ว่า ณ แผ่นดินใดที่เขาจะตาย, และไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไหร่วันสิ้นโลกจะมาถึง นอกจากอัลลอฮฺ” (รายงานโดย อัลบุคอรี) อัลบุคอรียังได้รายงานไว้อีกสำนวนหนึ่งของฮาดิษนี้: “กุญแจแห่งสิ่งเร้นลับมีอยู่ 5 อย่าง” แล้วท่านก็อ่านอายะห์นี้ตามมา... “แท้จริง อัลลอฮฺนั้น ความรู้แห่งวันอวสานมีอยู่ ณ ที่พระองค์ และพระองค์ทรงประทานฝนลงมา และพระองค์ท มีเพียงอัลลอฮฺผู้เดียวเท่านั้นที่ล่วงรู้ในสิ่งเร้นลับ พระองค์ทรงกล่าวว่า “จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมมัด) ว่าไม่มีผู้ใดทั้งในชั้นฟ้าทั้งหลายและในแผ่นดินที่จะล่วงรู้ในสิ่งพ้นญาณวิสัยได้ นอกจากอัลลอฮฺ ,และพวกเขาก็จะไม่รู้ว่าเมื่อใดที่พวกเขาจะถูกทำให้ฟื้นคืนชีพ (ขึ้นมาอีกครั้ง)” (ซุเราะฮฺอัน-นัมลฺ : 65) ซึ่งสิ่งพ้นญาณวิสัยดังที่ถูกกล่าวถึงในอายะห์นี้ ก็เช่นเดียวกับสิ่งเร้นลับดังที่พระองค์ทรงกล่าวไว้แล้วในซูเราะฮฺลุกมาน มาถึงประเด็นที่เรากำลังให้ความสนใจ เราสามารถกล่าวได้ว่า สิ่งที่แพทย์สามารถรู้ถึงเพศของทารกในครรภ์ได้นั้นก็ด้วยการใช้เครื่องเอกซ์เรย์ หรืออุลตร้าซาวด์ช่วย แต่เราต้องตระหนักด้วยว่าสิ่งที่แพทย์ทราบนี้มันก็ยังคงคลุมเครืออยู่และไม่ได้สมบูรณ์เสียทีเดียว แพทย์เองก็อาจเกิดความผิดพลาดได้ ดังที่ได้เกิดขึ้นในหลายๆกรณี ยิ่งกว่านั้น แพทย์จะสามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อตรวจดูเพศของทารกได้ก็ต่อเมื่อหลังจากที่อายุครรภ์ได้ผ่านไปแล้วระยะหนึ่งเท่านั้น และก็ไม่สามารถที่จะตรวจดูที่อายุครรภ์ก่อนหน้านั้นได้ ถึงแม้ว่าแพทย์จะทราบว่าทารกเป็นเพศชายหรือเพศหญิงแล้ว แต่เขาก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าทารกนั้นจะอยู่ในครรภ์จนถึงอายุครรภ์ที่ครบกำหนดตามปกติหรือไม่ หรือคลอดออกมาแล้วเด็กจะมีชีวิตรอดอยู่หรือว่าต้องตายตั้งแต่แรกเกิด แพทย์ไม่อาจจะทราบระยะเวลาที่แน่นอนที่ทารกจะอยู่ในครรภ์ของมารดาได้ พวกเขาไม่สามารถจะบอกอะไรได้เลยนอกจากเป็นเพียงการคาดคะเนและข้อสันนิษฐานเท่านั้น แพทย์ไม่อาจจะรู้ได้ว่าเด็กที่คลอดมานั้นจะสามารถมีชีวิตไปได้นานอีกกี่ปี ต่อไปเขาจะมีลักษณะนิสัยใจคอหรือฐานะความเป็นอยู่อย่างไร หรือแม้กระทั่งสุดท้ายหลังจากเสียชีวิตไปแล้วเขาจะได้เป็นชาวสวรรค์หรือชาวนรก ความรู้ที่เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในครรภ์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่จะรู้ว่าทารกนั้นเป็นเพศชายหรือหญิงเท่านั้น ที่จริงมันกว้างกว่านั้นมาก ซึ่งสิ่งนั้นไม่มีผู้ใดจะสามารถล่วงรู้ได้นอกจากอัลลอฮฺเท่านั้น พระองค์ทรงกล่าวว่า “อัลลอฮฺทรงรอบรู้สิ่งที่ผู้หญิงทุกคนอุ้มครรภ์ไว้ และที่บรรดามดลูกคลอดก่อนกำหนดและที่เกินกำหนด และทุก ๆ สิ่ง ณ ที่พระองค์นั้นมีการกำหนดภาวะไว้แล้ว” (ซูเราะฮฺ อัร-เราะดฺ : 8) ท่านอิหม่าม อิบนุ กะษีร (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน)ได้กล่าวไว้ในหนังสือตัฟซีรของท่านเกี่ยวกับอายะฮฺนี้ว่า “อัลลอฮฺกำลังบอกเราในที่นี้ถึงความรู้อันสมบูรณ์ของพระองค์ ไม่มีอะไรที่จะสามารถซ่อนเร้นจากพระองค์ไปได้ และพระองค์ทรงรู้ในทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในมดลูกของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด พระองค์ทรงรู้ว่าทารกเป็นเพศหญิงหรือชาย ดีชั่วอย่างไร ถูกกำหนดไว้ว่าเป็นชาวสวรรค์หรือนรก มีชีวิตยืนยาวแค่ใหน” พระองค์ทรงกล่าวว่า “พระองค์ทรงรู้จักพวกเจ้าดียิ่ง เมื่อครั้งบังเกิดพวกเจ้าจากแผ่นดิน และเมื่อครั้งพวกเจ้าเป็นทารกอยู่ในครรภ์ของมารดาของพวกเจ้าดังนั้นพวกเจ้าอย่าแสดงความบริสุทธิ์แก่ตัวของพวกเจ้าเอง เพราะพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่มีความยำเกรง” (ซูเราะฮฺอัน-นัจมฺ : 32) รา มุสลิมทุกคนจะต้องมีความศรัทธาที่มั่นคง โดยปราศจากความสงสัยใด ๆ ว่าสิ่งที่ท่านศาสนฑูต(ศ็อลลอลลฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) กล่าวนั้นเป็น “วะฮียฺ” (วิวรณ์) ที่อัลลอฮฺทรงนำมายังท่าน ดังที่อัลลอฮฺกล่าวว่า “ขอสาบานด้วยดวงดาวเมื่อมันคล้อยตกลงมา สหาย (มุฮัมมัด) ของพวกเจ้า มิได้หลงผิดและเชื่อมั่นในทางที่ผิด และเขามิได้พูดตามอารมณ์ (ของเขาเอง) อัลกุรอานมิใช่อื่นใดนอกจากเป็นวะฮียที่ถูกประทานลงมา” (ซูเราะฮฺอัน-นัจมฺ : 1-4).
Comments (2)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://sksm116.spaces.live.com/blog/cns!C1DECCEDAA22AD4A!1426.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|