SKSM's profile"THE HOLY AL-QURAN IS TH...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 24

    “เพราะไร้ศรัทธา หรือว่าเคยชิน...เราจึงสูญสิ้นการใคร่ครวญ”

    “เพราะไร้ศรัทธา หรือว่าเคยชิน...เราจึงสูญสิ้นการใคร่ครวญ”

        Dr.SKSM

     

    จงระลึกถึง...” , “แล้วเจ้าไม่สังเกตดอกหรือว่า...” , “จงใคร่ครวญถึง...” , “และเมื่อครั้งที่...” , “ขอยืนยันด้วย...” , “ขอสาบานด้วย...” , “...เพื่อพวกเขาจะได้มีจิตสำนึก” , “...เพื่อพวกเขาจะได้ใคร่ครวญ  ฯลฯ

     

              ถ้อยคำและสำนวนเหล่านี้ เราจะพบเห็นได้อยู่บ่อยครั้งในพระมหาคัมภีร์แห่งความมหัศจรรย์  คัมภีร์แห่งมวลมนุษยชาติ  คัมภีร์ที่บรรจุไปด้วยเรื่องราวแห่งการรำลึกถึงผู้ทรงสร้างที่ “...พระองค์มิได้สร้างสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาอย่างไร้สาระ (อาลิอิมรอน : 191)  คัมภีร์แห่งประวัติศาสตร์การกำเนิดทุกสรรพสิ่ง ผู้ทรงประดิษย์ชั้นฟ้าและแผ่นดิน...และพระองค์นั้นทรงบังเกิดทุกสิ่งทุกอย่าง (อัลอันอาม : 101)  คัมภีร์แห่งวิทยาศาสตร์และวิทยาการทุกแขนงสาขาทั้งที่มนุษย์เรียนรู้ได้ในปัจจุบันและรวมถึงสิ่งที่ความสามารถของมนุษย์ยังไปไม่ถึง  นั่นคือพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านพระวจนะแห่งพระผู้อภิบาลในสากลโลก

                ถ้อยคำและเรื่องราวทั้งหมดที่บรรจุอยู่ในพระมหาคัมภีร์เล่มนี้เอกองค์อัลลอฮฺทรงพระดำรัสต่อมวลมนุษยชาติด้วยความกรุณาเมตตาของพระองค์...ทั้ง ๆ ที่มนุษย์นั้นเป็นผู้ต่ำต้อยยิ่งนัก แต่ไฉนเลย พระองค์จึงทรงให้เกียรติต่อมวลมนุษย์ด้วยเกียรติอันสูงส่งเช่นนี้ ...เกียรติจากผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งที่มีต่อผู้ถูกสร้างที่ไม่มีความสามารถจะสร้างได้ แม้จะเป็นมดตัวเล็ก ๆ สักตัวหนึ่ง   เกียรติจากผู้ที่ทรงอำนวยสิ่งในฟากฟ้าและสิ่งในแผ่นดินที่มีต่อผู้ที่อ่อนแอยิ่งไม่มีความสามารถจะสร้างได้ แม้จะเป็นเม็ดทรายสักเม็ดหนึ่ง

                 แล้วจะยังมีตำแหน่งใดอีกหรือที่มวลมนุษย์จะได้รับสูงส่งเกินกว่าตำแหน่งที่ได้รับจากพระดำรัสของพระองค์

                 พระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านนั้นเป็นพระเมตตาหนึ่งที่พระองค์ทรงส่งมาให้แก่มวลมนุษยชาติ เพื่อเป็นทางนำอันเที่ยงตรงแก่ชนทั้งปวง ดังที่พระองค์ทรงเน้นย้ำว่า แท้จริงอัลกุรอ่านนี้ ชี้นำทางอันเที่ยงตรงที่สุด (บะนีอิสรอเอล : 9)

                  และแท้จริงพระองค์จะทรงตัดสินชีวิตมนุษย์และควบคุมกิจการงานต่าง ๆ ของมนุษย์ไปสู่พระองค์ด้วยพระมหาคัมภีร์เล่มนี้เพียงเล่มเดียว  ในเมื่อมันเป็นคัมภีร์แห่งมนุษยชาติที่เที่ยงตรงที่สุดเพียงเล่มเดียวแล้ว ดังนั้น ...ท่านจะไม่พบว่าวิถีทางแห่งอัลลอฮฺนั้นมีการเปลี่ยนแปลง (อัลฟาฎีร : 43)

                  และในความเป็นจริงแล้วเพียงแค่พระองค์ทรงดำรัสว่า ...แท้จริงอัลลอฮฺนั้นพระองค์ทรงสัจจริง...(อัลฮัจญ์ : 62)  เพียงแค่นี้ก็นับว่าเป็นการเพียงพอแล้ว แก่มวลชนผู้ศรัทธาที่เขาจะต้องเชื่อฟังต่อพระดำรัสในคัมภีร์เล่มนี้ของพระองค์ 

                 แต่เปล่าเลย...พระองค์ผู้ทรงสร้างมวลมนุษย์ขึ้นมาเองนั้นทรงรู้ซึ้งดีถึงจิตใจของมนุษย์บางกลุ่มบางพวกที่จะยังดื้อดึงไม่ศรัทธาและไม่เชื่อฟังความจริงอันชัดแจ้งเหล่านี้ หรือแม้กระทั่งบรรดาผู้ที่มีความศรัทธาต่อพระองค์อยู่แล้วแต่เขาเผลอลืมตัวไปบ้าง อาจเพราะความเคยชินที่มองความมหัศจรรย์แห่งการสร้างสรรค์ของพระองค์ที่พวกเขาเห็นมาตั้งแต่แรกคลอดลืมตาออกมาดูโลกใบนี้ว่าเป็นสิ่งธรรมดาไปเสียสิ้น  อัลกุรอ่านได้พยายามปลุกพวกเขาเหล่านี้ให้ตื่นขึ้นมาจากความหลงลืมและความหลับไหล ด้วยถ้อยคำที่มีลักษณะเฉพาะของมัน และเพื่อเป็นการย้ำเตือนให้พวกเขาได้นึกคิด  พระองค์ทรงตรัสว่า  ...และอัลลอฮฺทรงยกอุทาหรณ์ต่าง ๆ แก่มวลมนุษย์ เพื่อพวกเขาจะได้มีจิตสำนึก (อิบรอฮีม : 25)

                 แน่นอนที่สุด หากมนุษย์สลัดความโง่เขลาเบาปัญญาของเขาออกไปและเพ่งมองจักรวาลด้วยความรู้สึกใหม่ ๆ อยู่เสมอ  เพ่งมองเพื่อพิจารณา ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยรัศมีแห่งศรัทธา เปิดตาให้กว้างกับสิ่งที่พบเห็น รับฟังทุกอย่างที่ได้ยิน ให้ความสนใจกับทุกการเคลื่อนไหว ความวิจิตรพิสดารเหล่านี้ทั้งหมด คงจะสะกิดใจและความรู้สึกของผู้พบเห็นได้เป็นอย่างมาก  และด้วยความศรัทธาเหล่านี้ที่จะทำให้เราเกิดมุมมองใหม่ต่อจักรวาล ทำให้ได้พบกับความวิจิตรบรรจงใหม่ ๆ  แต่ช่างน่าเสียดาย...ทั้ง ๆ ที่มีผลงานการสร้างสรรค์ของพระองค์ให้เห็นอย่างมากมาย ก็ยังมีผู้ที่ไม่ใส่ใจที่จะพิจารณา และไม่ได้เอาใจใส่ต่อมัน

                ความมหัศจรรย์ของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน ได้กล่าวถึงความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งที่มนุษย์เราเพิ่งค้นพบด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยในยุคศตวรรษที่ 20  นี้เอง ในขณะที่สี่งเหล่านั้นมีกล่าวอ้างอยู่ในคัมภีร์เล่มนี้มาตั้งนานแล้ว   และแน่นอน...แม้อัลกุรอ่านจะไม่ใช่หนังสือวิทยาศาสตร์ แต่อัลกุรอ่านก็ได้ระบุถึงข้อเท็จจริงทางด้านวิทยาศาสตร์เอาไว้อย่างลึกซึ้งและรัดกุม

                    นี่คือวิธีการกระตุ้นปลุกความสนใจ ปลุกจิตสำนึกความรู้สึก เปิดหู เปิดตา เปิดใจ ให้มองเห็นความวิจิตรพิสดารของจักรวาล  ความวิจิตรพิสดารที่หายไปเพราะความคุ้นเคย”  เพราะการมองเห็นมาแต่ใหนแต่ไร ให้กลับมาสร้างความเข้าใจใหม่กับสติปัญญาและความรู้สึก เป็นการเรียกร้องให้มนุษย์กลับมามองดูจักรวาลเหมือนเป็นการเปิดตาดูโลกครั้งแรก  มองเพื่อทำความเข้าใจ มองด้วยหัวใจเพ่งพินิจ มองให้เห็นความแปลกพิศดารที่มีอยู่มากมาย ความแปลกพิสดารที่มองเห็นในครั้งแรกได้สร้างความประหลาดใจ ประหลาดตาให้กับผู้มองเห็นเป็นอย่างมาก  ก่อนที่มันจะกลายเป็นความคุ้นเคยสายตาไปในที่สุด.   ...(สิ่งเหล่านี้) ย่อมเป็นสัญลักษณ์สำหรับมวลชนที่ใช้ปัญญาตริตรอง (อัลบากอเราะฮ์ : 164)

     

                    อย่ากระนั้นเลย....เราก็จะยังคงพบว่าถึงแม้พระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านจะแสดงความมหัศจรรย์ให้เขาได้เห็นมากแค่ไหน  แม้พระดำรัสของพระองค์จะกล่าวย้ำให้เขาได้ยินมากเพียงใด  แต่ก็ยังมีผู้ที่ไม่รู้จักการใช้ความคิดของเขาใคร่ครวญไตร่ตรองต่อสิ่งเหล่านี้อยู่ดี   เมื่อถึงเพียงนี้แล้วพระผู้ทรงอภิบาลผู้ทรงสร้างทุกสิ่งรวมทั้งทรงสร้างพวกเขาเหล่านั้นขึ้นมา จึงได้สาปแช่งและกล่าวดูหมิ่นมวลชนผู้ไร้ศรัทธาเหล่านี้ ด้วยการกล่าวให้เห็นเป็นภาพออกมาอย่างชัดเจน เปรียบดั่งปศุสัตว์ที่มันไม่เข้าใจในสิ่งที่มีผู้นำมาบอก  ดังที่พระองค์ทรงตรัสว่า...

                       และข้อเปรียบเทียบสำหรับบรรดาผู้ปฎิเสธนั้น ประดุจดังผู้ (เลี้ยงสัตว์) ที่กู่เรียก (สัตว์ของตน) ที่ไม่ได้ยิน (อะไรทั้งสิ้น) นอกจากเสียงเรียกและเสียงตะโกนเท่านั้น (พวกเขาประดุจ) คนหูหนวก เป็นใบ้ อีกทั้งตาบอด  ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีปัญญาตริตรอง (สิ่งใด ๆ ทั้งสิ้น) (อัลบากอเราะฮฺ : 171)

     

                  แต่เปล่าเลย...พวกเขากลับหลงเสียยิ่งกว่าพวกปศุสัตว์เหล่านี้เสียอีก ปศุสัตว์มันมองเห็น มันได้ยิน มันร้องส่งเสียง แต่พวกเขากลับเป็นใบ้ หูหนวก และตาบอด !. 

                 แล้วมาถึงวันนี้  เราได้ถามตัวเองกันบ้างหรือยังว่า ที่เรายังไม่ได้คิดที่จะสนใจและใคร่ครวญ ถึงพระดำรัสในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน คัมภีร์แห่งมวลมนุษยชาติเล่มนี้ให้เข้าใจดีพอนั้นเป็นเพราะเราศรัทธาแล้วแต่เราเพียงแค่เคยชินกับสิ่งที่คุ้นตาไปชั่วขณะ หรือเป็นเพราะว่าเรายังเป็นหมู่ชนที่ไร้ศรัทธา ที่ถูกพระองค์ทรงวาดภาพออกมาในเชิงดูหมิ่นเหยียดหยามไว้ ในความดื้อดึงของเรา ทั้งที่เป็นเพราะตัวของเราเองหรือเป็นพราะการถูกล่อลวงจากชัยตอนมารร้ายอยู่ก็ตาม.

                     ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จงรีบขออภัยโทษจากพระองค์ให้เราพ้นจากความหลงผิดนั้น ...และผู้ใดอัลลอฮฺยังความหลงผิด แน่นอนจะไม่มีผู้ใดชี้นำแก่เขาได้ (อัรเราะอฺดุ : 33)    อีกทั้งให้เราพ้นจากการถูกหยามเหยียดจากพระองค์ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก เพราะแท้จริงแล้ว ...ผู้ใดก็ตามที่อัลลอฮฺทรงหยามเขา แน่นอนจะไม่มีผู้ใดยกยอเขาได้ (อัลฮัจญ์ : 18).   

                ก่อนที่วันนั้นจะมาถึง.... วันที่  "และพวกเขากล่าวว่า หากพวกเราฟังและใช้สติปัญญาใครครวญ เราก็จะไม่ต้องเป็นชาวนรกเช่นนี้" (อัลมุลก์ : 10)

     

     

     

                                                                       .......................วัลลอฮูอะห์ลัม..................      

     

     -------------------------------------------------------------------------------------------

     

    Ref ;  - “ใต้ร่มเงาอัล-กุรอาน อรรถาธิบายมหาคัมภีร์อัล-กุรอาน  โดย อัชชาฮีด ซัยยิด กุฎุบ  (แปลโดย สุนทร มาลาตี)

                -  ความมหัศจรรย์ของอัลกุร-อาน โดย ฮารูน ยะห์ยา (แปลโดย ปัญญากร)

                -  ประวัติศาสตร์อิสลามและโลกมุสลิมโดย ดร.อับดุรฺ รออุฟ (แปลและเรียบเรียงโดย บรรจง บินกาซัน)

                -   "วีธีศึกษาคัมภีร์อัลกุร-อาน"  โดย คุรฺรัม มุร้อด  (แปลโดย บรรจง บินกาซัน)

            

     

     

    ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------          

     "หากสิ่งใดในบทความนี้เป็นความดีงามนั้น เป็นความเมตตาจากพระองค์อัลลอฮฺ และสิ่งใดไม่ดี มาจากความผิดพลาดและความโง่เขลาของกระผมเอง และจากการล่อลวงของชัยตอนมารร้าย".

    Comments (2)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    มีเพิ่มเติมมั้ยคะ

    July 25
    .. ดีมั้กมากเลย....*-*
    July 25

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://sksm116.spaces.live.com/blog/cns!C1DECCEDAA22AD4A!1313.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None