SKSM's profile"THE HOLY AL-QURAN IS TH...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 28

    นักวิจัยอเมริกายืนยันความถูกต้องของวจนะท่านนบี...โดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว !!!

    นักวิจัยอเมริกายืนยันความถูกต้องของวจนะท่านนบี...โดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว !!!
    Dr.SKSM
     
            อันสืบเนื่องมาจากที่เมื่อไม่นานมานี้ นพ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ออกมาเผย กรณีพบน้ำแข็งหลอดยี่ห้อหนึ่ง ปนเปื้อนเชื้อโรค ทั้ง อี.โคไล (E.coli)และจุลินทรีย์ซาลโมเนลล่า (Salmonella) ตัวการอาหารเป็นพิษ ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคนั้น  ท่านรองเลขาธิการฯ ยังกล่าวต่อไปในรายละเอียดอีกว่า "อี.โคไล เป็นเชื้อแบคทีเรีย ที่พบได้ทั่วไปในทางเดินอาหารของสัตว์เลือดอุ่นและคน ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคและเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย การปนเปื้อนมักพบทั่วไปในอาหารดิบ หรือปนเปื้อนไปกับอาหารที่ปรุงแล้วด้วยการใช้มือสัมผัส หรือติดไปกับภาชนะบรรจุ หรืออุปกรณ์ หรือน้ำที่ไม่สะอาด เมื่อรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อตัวนี้เข้าไป จะมีอาการท้องเสีย อุจจาระเหลว การพบเชื้อในอาหารนี้แสดงว่าอาหารมีการปนเปื้อนอุจจาระและมีการผลิต ปรุง หรือเก็บรักษาอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ สำหรับซาลโมเนลล่า เป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ หากเข้าสู่ร่างกาย 6– 36 ชั่วโมง จะทำให้เป็นไข้ ปวดศีรษะ ท้องเดิน อาเจียน ถ้าเป็นเด็กอ่อนหรือผู้สูงอายุ อาจมีอันตรายถึงเสียชีวิตได้..."

           ซึ่งในเบื้องต้นก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนักเพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นเนื้อหาวิชาการที่มีการบอกเอาไว้แล้วโดยละเอียดในตำราวิชาทางการแพทย์ เพียงแต่ทาง อย.ทำหน้าที่มาประกาศให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน

    .....แต่แล้ววันต่อมาก็มีสิ่งที่ทำให้ผมต้องแปลกใจและให้ความสนใจในประเด็นการปนเปื้อนของเชื้อโรคเหล่านี้ (E.coli และ Salmonella)ในภาชนะที่บรรจุอาหาร ....ผมบังเอิญได้อ่านเจอในหนังสือพิมพ์ (นสพ.ไทยรัฐ  ฉบับวันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ.2551 -หน้า 7) ในคอลัมน์ "ทันโลก" เรื่อง "ค้นหายาฆ่าเชื้อโรคจากดินโคลน  พบมีแร่ธาตุปะปนอยู่หลายร้อย"  โดยผมขออนุญาติยกเนื้อหาทั้งคอลัมน์มาดังนี้
          "นักวิจัยอเมริกาได้พบว่าแร่ธาตุที่พบในโคลนหลายชนิด อาจเป็นยาต้านเชื้อรา โดยเฉพาะพวกเชื้อดื้อยาอันตรายที่ก่อการอักเสบและโรคภัยร้ายแรงอื่น ๆ....พวกเขาแจ้งว่า แร่ธาตุที่พบในโคลนเหล่านี้สามารถจะใช้เป็นครีมหรือขี้ผึ้งทาตัว โดยไม่ต้องใช้แบบยาฉีดปฏิชีวนะธรรมดา เพราะเราได้พบในการศึกษาว่า มันมีสรรพคุณในการปราบพวกแบคทีเรียอันตราย พวกที่ทำให้ผิวหนังอักเสบและทำให้อาหารเป็นพิษหลายชนิด
          ดร.ลิลดา วิลเลียม นักธรณีเคมีวิทยา มหาวิทยาลัยอริโซนาสเตท หัวหน้าคณะวิจัยกล่าวว่า "โคลนอาจจะเปรียบได้กับห่อยาชุดห่อเล็ก ๆ เพราะมันมีแร่ธาตุผสมปนเปกันอยู่เป็นเรือนร้อยบางอย่างก็เป็นคุณ และบางอย่างก็อาจเป็นโทษ เรามีวัตถุประสงค์ต้องการจะดูว่าธรรมชาติอาจทำอะไรได้บ้าง และหาวิธีที่จะฆ่าแบคทีเรียที่เป็นอันตรายที่ดีขึ้น"
          คณะของเขาได้ทดสอบตัวอย่างดินโคลนกับแบคทีเรียที่รู้จักว่าทำให้มนุษย์เป็นโรคขึ้นได้หลายอย่าง แบคทีเรียเหล่านี้ได้แก่แบคทีเรียทำให้เกิดโรคกินเนื้อมนุษย์  รวมทั้งเชื้อ อี.โคไล (E.coli) และซาลโมเนลลา (Salmonella) ซึ่งทำให้อาหารเป็นพิษ และก็ต้องระวังว่า ดินโคลนทั่วไปก็อาจจะเป็นอันตรายได้ เนื่องจากมีแร่ธาตุที่เป็นพิษอย่างสารหนูและปรอทปนอยู่".

          ครับ...จะไม่ให้ผมต้องแปลกใจและให้ความสนใจในประเด็นการค้นพบของนักวิจัยว่าน้ำดินโคลนสามารถเป็นยาฆ่าเชื้อโรคที่ก่ออันตรายต่อมนุษย์ได้ไง.....ก็ในเมื่อแท้ที่จริงแล้วทั้งการทุ่มเทงบประมาณอันมหาศาลและการใช้ความรู้ความสามารถเพื่อค้นคว้าวิจัยข้อมูลความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ของเหล่านักวิจัยชาวอเมริกากลุ่มนี้ พวกเขากลับกำลังทำงานอันยิ่งใหญ่อันหนึ่ง (ที่พวกเขาเองก็ยังไม่รู้ตัว) คือการพิสูจน์ความถูกต้องของคำพูดของท่านศาสดามุฮัมหมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) ที่ท่านกล่าวเอาไว้ (ตั้งแต่ 1400 กว่าปีมาแล้ว) ว่า...
     
        "การทำความสะอาดภาชนะของคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าเมื่อสุนัขเลียนั้นให้ล้าง 7 ครั้ง ครั้งแรกล้างด้วยน้ำดิน" (รายงานโดย อะฮฺหมัดและมุสลิม) 

           ภาพเบื้องหน้าของชาวตะวันตกที่เราพบอยู่ทุกวันนี้คือความพยายามจะโจมตีอิสลามในรูปแบบอันหลากหลาย อย่างกรณีล่าสุดที่เขาพยายามวาดภาพล้อเลียนท่านศาสดามุฮัมหมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) เพื่อทำให้ท่านดูเหมือนเป็นตัวตลก....แต่แท้ที่จริงแล้วพวกเขาหารู้ไม่ว่าวิชาการความรู้ทั้งหลายทางวิทยาศาสตร์ที่พวกเขาทุ่มเทงบประมาณใช้ความพยายามศึกษาค้นคว้าอยู่นั้น กลับเป็นสิ่งที่มาช่วยเปิดเผยและยืนยันความเป็นจริงของสิ่งที่พวกเขาเคยปฏิเสธมันทั้งอัลกุรอ่านและอัลฮาดิษ....
       
           ประสบการณ์หลาย ๆ อย่างที่ผ่านมาบ่อยครั้งที่เราพบว่าแม้พวกเขาพยายามจะหาทฤษฏีหรืองานวิจัยต่าง ๆ มาลบล้างคำสอนของอิสลามมากเท่าไร  แต่สุดท้ายคำตอบที่เขาได้รับกลับได้ตรงข้ามชนิดที่เขาก็ปฏิเสธมันไม่ได้....... แล้ววันหนึ่งพวกเขาก็จะได้รู้ว่า  "ยิ่งพวกเขาวิ่งหนีอิสลามมากเท่าใด แต่อิสลามกลับยิ่งอยู่ไกล้เขามากเท่านั้น"

    วัลลอฮุอะห์ลัม.
    (Allah almighty knows best)

    Comments

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://sksm116.spaces.live.com/blog/cns!C1DECCEDAA22AD4A!1191.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None